ร้อยเรื่องราว…น้ำ

ความรู้การบริหารจัดการน้ำ-สำนักชลประทานที่3

การบริหารจัดการน้ำหลาก ในเขต สชป.3 ปี 2554 – ตอนที่ 1

leave a comment »


เมื่อ เข้าสู่ฤดูฝนของทุกปี  สำนักชลประทานที่ 3 เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการดำเนินการป้องกันเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่รับผิดชอบ  ทั้งพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ชุมชน  จะดำเนินการติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศ สภาพน้ำฝน และสภาพน้ำท่าอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสั่งการให้โครงการชลประทาน เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน และระบบป้องกันน้ำท่วมที่อยู่ในความรับผิดชอบให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอด เวลา นอกจากนั้น ยังได้ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   ในการจัดทำแผนแบบบูรณาการ การแจ้งข่าวสถานการณ์น้ำ รวมถึงการปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาระหว่างเกิดเหตุการณ์

1.การบริหารจัดการน้ำของเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ เพื่อการเกษตร ในเขต สชป.3 (ก่อนการเกิดอุทกภัย) ช่วงเดือน พ.ย. 53 ถึง เดือน เม.ย.54

สภาพ น้ำในเขื่อนต่างๆ ณ วันที่ 1 พ.ย.53 เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำใช้การได้ 49% เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 74% และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 100%

กรม ชลประทาน ได้กำหนดแผนการส่งน้ำ ฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือน พ.ย. ถึง เม.ย. และฤดูฝน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ถึง ต.ค. ของทุกปี สำหรับแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2553/54 มีแผนการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์รวม 6,800 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 600 ล้าน ลบ.ม.

และแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2554 โดยมีแผนการใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์รวมอีกประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. และ

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอีกประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม.

ซึ่ง แผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2553/54 ได้วางแผนให้มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์มากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอ

ใน การวางแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2553/54 หลังจากสิ้นสุดแผนการส่งน้ำ ประมาณเดือน เม.ย. จะเหลือปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 4,300 ล้าน ลบ.ม. (เป็นปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 1,450 ล้าน ลบ.ม.) ซึ่งยังมีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำในช่วงนาปี หากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประกอบกับในช่วงต้นเดือน พ.ค. กรมอุตุฯ ได้คาดหมายว่าประมาณเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. ฝนอาจจะทิ้งช่วง จึงทำให้ต้องมีการใช้น้ำอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น

ดังนั้นจึงมีผลการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์สูงกว่าแผนที่วาง ไว้เพียงเล็กน้อย  ซึ่งที่ผ่านมาจะมีผลการใช้น้ำมากกว่าแผนประมาณ 30% มาโดยตลอด

และ เมื่อสิ้นสุดแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2553/54  ณ วันที่ 1 พ.ค.54 เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 4,209 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 25.79% ของปริมาณน้ำใช้การทั้งหมด) ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี มีความต้องการน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งต้องพึ่งปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนในช่วงฤดูฝนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดู แล้งของปีถัดไป หากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำในปีถัดไปได้ ซึ่งกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำภายใต้ขีดจำกัดของปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่น้อยกว่าความต้องการมาก เนื่องจากมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้นทุกๆปี แต่มีการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บน้ำน้อยมาก

จะ เห็นได้ว่าหลังจากสิ้นสุดการส่งน้ำนาปรัง ประมาณเดือน เม.ย. ปริมาณน้ำในเขื่อน ต่ำกว่าเกณฑ์การกักเก็บน้ำต่ำสุด ประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม.
ประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม.

Advertisements

Written by irrigation3

พฤศจิกายน 15, 2011 ที่ 10:05

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: